อีเมล์/เลขบัตรประชาชน :
รหัสผ่าน :
ลืมรหัสผ่าน
บริการประชาชน
น้องปูแป้ง
21.13
น้องปูแป้ง
สวัสดีจ้า...วันนี้มีอะไรให้ช่วย ถามน้องปูแป้งมาได้เลย จะรีบไปหาคำตอบให้น่า
21.13
 
จังหวัดมหาสารคาม ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์จังหวัดมหาสารคาม สอบถามข้อมูลทั่วไป ให้น้องปูแป้งช่วงแนะนำ
วันเดียวเที่ยวมหาสารคาม
เส้นทางไป เส้นทางท่องเที่ยวสายสารคามตอนบน
ยังไม่มีผู้ให้คะแนน
  • เส้นทางท่องเที่ยวสายสารคามตอนบน มักเป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวใช้ตอนขากลับเพราะหากออกจากจุดเริ่มต้นเส้นทางจะพาทุกท่านมุ่งสู่ทางออกเมืองพอดี เวลาในการเดินก็จะพอเมาะพอเจาะกลับการกลับบ้านพอดี
  • เช้า เริ่มออกเดินทางจากเทศบาลเมืองจังหวัดมหาสารคาม
  •      1.ไว้พระยืน "พระพุทธมงคล" ที่อำเภอกันทรวิชัย
  •      
  •          
  •          พิกัด : https://goo.gl/maps/5qwS74wU5cepu8Nj9
  •  
  •      ตำนานเก่าแก่ที่เชื่อว่ามีมาตั้งแต่ยุคสร้างเมืองกันทรวิชัยที่ได้ทิ้งหลักฐาน สำคัญ 2 สิ่ง คือพระพุทธมิ่งเมืองและพระพุทธรูปยืนมงคล ตั้งอยู่คนละวัดห่างกันราว 1 กิโลเมตร โดยพระพุทธมิ่งเมืองตั้งอยู่ที่ วัดสุวรรณาวาสและพระพุทธรูปยืนมงคลตั้งอยู่ที่วัดพุทธมงคล ต.โคกพระ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ตามตำนานกล่าวว่าบ้านเมืองแถบนี้เป็นเมืองโบราณที่มีชื่อว่าคันธาธิราช ก่อนปีมะเส็ง จุลศักราช 147 หรือ พ.ศ.1328 มีเจ้าเมืองปกครองนามว่า ท้าวลินจง และมีบุตรชายชื่อว่า ท้าวลินทอง ซึ่งท้าวลินทองเป็นคนที่มีจิตใจเหี้ยมโหดมากและเมื่อรู้ว่าพระราชบิดาไม่ได้มอบอำนาจการปกครองเมืองให้ตน เพราะท้าวลินจงเล็งเห็นว่าท้าวลินทองขาดคุณธรรม ท้าวลินทองจึงได้จับพ่อและแม่ของตัวเองไปทรมานและบังคับให้มอบให้ตน แต่ท้าวลินจงผู้เป็นบิดาทนความทรมานไม่ไหวจึงได้อธิฐานก่อนตายว่า “หากผู้ครองเมืองนี้เป็นมนุษย์ที่มีจิตใจโหดเหี้ยม ขาดคุณธรรม ขออย่าให้มีความสุขความเจริญ ให้พบ แต่ความวิบัติ ความพินาศฉิบหาย” นางบัวคำผู้เป็นแม่ก็ถูกท้าวลินทองบุตรชายแท้ๆ ฆ่าให้ตายตามไป เมื่อท้าวลินทองได้ขึ้นครองเมือง บ้านเมืองก็เกิดกลียุค โหรทำนายจึงให้ท้าวลินทองสร้างพระพุทธรูปเพื่ออุทิศส่วนกุศล เป็นการล้างกรรมที่เคยกระทำต่อพ่อแม่ โดยให้หันพระพุทธรูปไปทางทิศใต้ สร้างพระพุทธมิ่งเมืองไว้ที่วัดสุวรรณาวาสแทนคุณมารดา และสร้างพุทธมงคลไว้กลางลานโพธิ์ ณ วัดพุทธมงคล เพื่อแทนคุณบิดา แต่ท้าว ลินทองก็ล้มป่วยและตายในที่สุด เมืองคันธาธิราชจึงไม่มีผู้ปกครองต่อ กลายเป็นเมืองร้างนานถึง 1,089 ปี จนกระทั่งสมัยรัตนโกสินทร์ จุลศักราช 1236 หรือ พ.ศ. 2417 รัชกาลที่ 5 ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเมืองขึ้นใหม่อีกครั้ง ให้ใช้ชื่อเมืองว่า คันธาวิชัย หรือ เมืองกันทะวิชัย ส่วนพระพุทธรูปทั้งสองได้มีการปฎิสังขรต่อเติมส่วนที่หายไปในปี พ.ศ. 2460 ให้กลับมาสวยงามดังเดิม
  •  
  •      2.เลยไปไว้ "พระพุทธมิ่งเมือง" ที่อยู่อย่างกันเพียง กิโลเดียว
  •    
  •      
  •      พิกัด : https://goo.gl/maps/BM7DSvCMLKiZbCZt9
  •  
  •     ตำนานเก่าแก่ที่เชื่อว่ามีมาตั้งแต่ยุคสร้างเมืองกันทรวิชัยที่ได้ทิ้งหลักฐาน สำคัญ 2 สิ่ง คือพระพุทธมิ่งเมืองและพระพุทธรูปยืนมงคล ตั้งอยู่คนละวัดห่างกันราว 1 กิโลเมตร โดยพระพุทธมิ่งเมืองตั้งอยู่ที่วัดสุวรรณาวาสและพระพุทธรูปยืนมงคลตั้งอยู่ที่วัดพุทธมงคล ต.โคกพระ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ตามตำนานกล่าวว่าบ้านเมืองแถบนี้เป็นเมืองโบราณที่มีชื่อว่าคันธาธิราช ก่อนปีมะเส็ง จุลศักราช 147 หรือ พ.ศ.1328 มีเจ้าเมืองปกครองนามว่า ท้าวลินจง และมีบุตรชายชื่อว่า ท้าวลินทอง ซึ่งท้าวลินทองเป็นคนที่มีจิตใจเหี้ยมโหดมากและเมื่อรู้ว่าพระราชบิดาไม่ได้มอบอำนาจการปกครองเมืองให้ตน เพราะท้าวลินจงเล็งเห็นว่าท้าวลินทองขาดคุณธรรม ท้าวลินทองจึงได้จับพ่อและแม่ของตัวเองไปทรมานและบังคับให้มอบให้ตน แต่ท้าวลินจงผู้เป็นบิดาทนความทรมานไม่ไหวจึงได้อธิฐานก่อนตายว่า “หากผู้ครองเมืองนี้เป็นมนุษย์ที่มีจิตใจโหดเหี้ยม ขาดคุณธรรม ขออย่าให้มีความสุขความเจริญ ให้พบแต่ความวิบัติ ความพินาศฉิบหาย” นางบัวคำผู้เป็นแม่ก็ถูกท้าวลินทองบุตรชายแท้ๆ ฆ่าให้ตายตามไป เมื่อท้าวลินทองได้ขึ้นครองเมือง บ้านเมืองก็เกิดกลียุค โหรทำนายจึงให้ท้าวลินทองสร้างพระพุทธรูปเพื่ออุทิศส่วนกุศล เป็นการล้างกรรมที่เคยกระทำต่อพ่อแม่ โดยให้หันพระพุทธรูปไปทางทิศใต้ สร้างพระพุทธมิ่งเมืองไว้ที่วัดสุวรรณาวาสแทนคุณมารดา และสร้างพุทธมงคลไว้กลางลานโพธิ์ ณ วัดพุทธมงคล เพื่อแทนคุณบิดา แต่ท้าว ลินทองก็ล้มป่วยและตายในที่สุด เมืองคันธาธิราชจึงไม่มีผู้ปกครองต่อ กลายเป็นเมืองร้างนานถึง 1,089 ปี จนกระทั่งสมัยรัตนโกสินทร์ จุลศักราช 1236 หรือ พ.ศ. 2417 รัชกาลที่ 5 ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเมืองขึ้นใหม่อีกครั้ง ให้ใช้ชื่อเมืองว่า คันธาวิชัย หรือ เมืองกันทะวิชัย ส่วนพระพุทธรูปทั้งสองได้มีการปฎิสังขรต่อเติมส่วนที่หายไปในปี พ.ศ. 2460 ให้กลับมาสวยงามดังเดิม โบราณวัตถุสำคัญที่ถูกค้นพบคือ พระพิมพ์ดินเผาปรางค์สมาธิศิลปะทวารวดีชั้นสูงของอินเดีย และได้นำมาถอดพิมพ์สร้างเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ จนกลายเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประจำจังหวัดมหาสารคามที่ประดิษฐานอยู่ที่บริเวณหน้า ศาลากลางหลังเก่า อ.เมือง จ.มหาสารคาม ที่มีชื่อเรียกว่า พระพุทธกันทรวิชัย หากใครอยากไปชมพระพุทธรูป ณ วัดสุวรรณาวาส ตามตำนานที่กล่าวมาสามารถใช้เส้นทางหมายเลข 213 มหาสารคาม-กาฬสินธุ์ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 14 กิโลเมตร วัดจะอยู่ทางซ้ายมือ
  •  
  •      3.เดินทางสู่ อำเภอเชียง เพื่อชมสิมงามที่ "วัดป่าบ้านหนองซอน"
  •      
  •  
  •      วัดป่าหนองซอนเดิมเป็นโคก (ป่าเล็กๆประจำหมู่บ้าน) มีพระธุดงค์จาริกมาวิปัสนา ณ ที่แห่งนี้เป็นประจำจนในที่สุดก็มีการตั้งวัดสายธรรมยุตขึ้นที่นี่ เป็นวัดป่าที่มีผู้คนเข้ามาปฏิธรรมมิได้ขาด พระครูโชติวรคุณ พระปฏิบัติสายหลวงปู่ชา เจ้าคณะอำเภอโกสุม-เชียงยืน (ธรรมยุตนิกาย) ได้มีดำริสร้างโบสถ์เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาขึ้นที่นี่เพื่อธรรมรงณ์ไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมของคนในชุมชน ชาวบ้านเเละลูกศิษย์ลูกหาจึงได้ร่วมกันถวายทุนทรัพย์ในการสร้าง โดยได้ไปศึกษาแบบจากประเทศลาว โดยตัวโบสถ์มีความกว้าง 20 เมตร ยาว 30 เมตรสูง 20 เมตร ใช้เวลาก่อสร้าง 9 ปี จึงแล้วเสร็จ เป็นโบถส์หรือสิมในภาษาอีสาน ชาวบ้านเรียกติดปากว่า สิมวัดป่าบ้านหนองซอน เป็นสิมศิลปล้านช้างเพียงไม่กี่แห่งในภาคอีสานหาชมได้ยากยิ่ง ภายในประดิษฐานองค์จำลองพระพุทธชินราชที่สง่างาม ภายในโบถส์เป็นเครื่องไม้แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง หากนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาทางอำเภอเชียงยืน ไม่ควรพลาดสถานที่แห่งนี้
  •  
  •      
  •      พิกัด : https://goo.gl/maps/9mkK2FNjexdoEnvV8
  •  
  • 4.แวะเยี่ยม "เจ้าใหญ่เชียง" ควายเขางาม
  •      
  •      พิกัด : https://goo.gl/maps/KixpPVQtjodi7BdN7
  •  
  •      ที่เอสเคฟาร์ม คือฟาร์มรวบรวมพันธุ์ควายแปลกที่หายาก ของสัตวแพทย์ที่ชื่อคุณสราวุธ เสร็จกิจ ผู้ตั้งใจว่าจะรวบรวมและขยายพันธุ์ควายที่นับวันจะน้อยลงทุกทีไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดู ให้คนรุ่นใหม่ๆได้เรียนรู้ความน่ารักของสัตว์ที่เคยอยู่คู่ชาวนามาแสนนา แม้นทุกวันนี้หน้าที่ทำนาของควายจะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีรถไถ แต่ควายไทยก็ยังมีคนอนุรักษ์ไว้อย่างเหนียวแน่น ที่เอสเคฟาร์ม อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม เป็นบ้านของ "เจ้าใหญ่เชียงยืน" ควายตัวผู้ที่ได้รับยกย่องจากช่างภาพทั่วอาเซียนว่าเป็นควายที่มีเขาสวยงามที่สุดในย่างนี้ เจ้าใหญ่เขายาวกว่า 3.05 เมตรจัดว่ายาวที่สุดในประเทศไทย เจ้าใหญ่มักถูกนำมาเป็นแบบถ่ายภาพในการจัดถ่ายภาพต่างๆ ได้ออกรายการทีวี และเดินทางได้แสดงตัวในงานเกษตรแฟร์ต่างอย่างต่อเนื่อง และมักได้เป็นไฮไลท์ของงนอยู่เสมอๆ แม้แต่ที่ฟาร์มเองก็จะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเยี่ยมชมมิได้ขาด นอกจากเจ้าใหญ่แล้วที่เอาเคฟาร์ม ยังมี ควายเผือกแคระ ควายแคระ พญาควาย กว่า 40 ตัว ให้ได้เยี่ยมชมอีกด้วย
  •  
  • เที่ยง ย้อนกลับอำเภอโกสุมพิสัย แวะกินข้าวเที่ยงที่ร้าน "ครัวยายนี"
  •      
  •      พิกัด : https://goo.gl/maps/JBhRuuZorf81bxCa9
  •  
  • 5.ไปให้อาหารลิงแสนซนที่ "วนอุทยานโกสัมพี"
  •      
  •      พิกัด : https://goo.gl/maps/Y8u25Azps89evYDV9
  •  
  •      วนอุทยานโกสัมพีเป็นป่าดิบแล้ง มีพื้นที่ 130 ไร่ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ต้นยางนาโดยธรรมชาติ มีต้นข่อยเกิดเป็นลานบริเวณกว้าง กลางป่ามีหนองน้ำเรียกว่า “หนองบุ่ง” ปัจจุบันมีการสร้างสะพานแขวนข้ามหนองน้ำนี้ มีทิวทัศน์สวยงาม มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเป็นถนนคอนกรีตนักท่องเที่ยวสามารถเดินชมหรือปั่นจักรยานรอบวนอุทยานได้ ด้านทิศเหนือมีลำน้ำชีและมีแก่งหินเรียกว่า “แก่งตาด” ในฤดูแล้งแก่งตาดจะเป็นจุดเล่นน้ำสงกรานต์ที่สำคัญที่สุดของภาคอีสาน นักท่องเที่ยวเดินทางมาเล่นน้ำที่นี่กว่าแสนคนต่อปี ลิงแสมขนสีทองเป็นลิงที่อาศัยอยู่ในวนอุทยานนี้ปะปนอยู่กับลิงแสมขนสีเทาธรรมดากว่า 800 ตัว ลิงขนสีทองถือเป็นเอกลักษณ์พิเศษมีเพียงที่นี่ที่เดียวในเอเชียแปซิฟิก นักท่องเที่ยวสามารถให้อาหารลิงและชมพฤติกรรมแปลก ๆ ของลิงที่นี่ได้อย่างสนุกสนาน การเดินทาง ใช้เส้นทางหมายเลข 208 ห่างจากตัวเมืองมหาสารคามประมาณ 28 กิโลเมตร ถึงสี่แยกโกสุมพิสัยแล้วตรงไปประมาณ 500 เมตร อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม
  •  
  • 6.ก่อนกลับแวะซื้อเสื้อสวยที่ "บ้านแพง"
  •      
  •      พิกัด : https://goo.gl/maps/CgowakRKbrPJ7D7G6

  •      เสื่อกกบ้านแพง OTOP ระดับ 5 ดาวแถวหน้าของจังหวัดมหาสารคาม ที่บ้านแพง อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม มีการผลิตเสื่อกกมาช้านานด้วยในพื้นที่มีต้นกกเกิดตามธรรมชาติอยู่มาก ต่อมาได้มีการพัฒนารูปแบบเสื่อกกให้มีความทันสมัยและมีรูปแบบการใช้งานหลากหลาย ยิ่งขึ้น เช่น เสื่อพับลายมัดหมี่ เสื่อโยคะ กระเป๋าจากต้นกกเป็นต้น มีการตั้งโชว์รูมแสดงผลิตภัณฑ์เสื่อกกขึ้นหลายแห่งในบ้านแพง เพื่อเป็นจุดเลือกชมและเลือกซื้อเสื่อกกแก่นักท่องเที่ยว อีกทั้งเป็นจุดแปรรูปเพื่อการส่งออกเสื่อกกที่สามารถนำเงินเข้าพื้นที่ได้หลายสิบล้านบาท
  •  
  • ที่มา : thailandtourismdirectory.go.th
แสดงความคิดเห็น